สัตว์ตามธรรมชาติ จ. ปราจีนบุรี

 สัตว์ตามธรรมชาติ จ. ปราจีนบุรี

 
 

 

ค้างคาวแม่ไก่

ค้างคาวแม่ไก่

 

ค้างคาวแม่ไก่ชื่อสามัญ   Fruit bats หรือ  Flying foxชื่อสกุล     Pteropusลักษณะ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดที่มีปีกจำพวกที่บินได้อย่างแท้จริง มิใช่ถลาร่อน  ปีกของค้างคาวเป็นพังผืดแผ่นบางๆ ขึงอยู่ระหว่างนิ้วที่เจริญยาวออกไปมาก แต่ละนิ้วยาว เกือบเท่าความยาวของตัวมัน  นิ้วหัวแม่มือสั้นกว่านิ้วอื่นๆ เล็บหัวแม่มือแหลมคมและโค้ง อย่างเล็บเหยี่ยว เล็บหัวแม่มือมีไหว้จับหรือยึดเมื่อเกาะอยุ่กับต้นไม้  นิ้วชี้ของค้างคาวแม่ไก่ มีเล็บสั้นใช้การไม่ได้มาก แต่เป็นลักษณะสำคัญที่ต่างจากค้างคาวลูกหนู นิ้วอีก ๓ นิ้ว ไม่มีเล็บ  ค้างคาวแม่ไก่ไม่มีหางอย่างค้างคาว ลูกหนูส่วนมากค้างคาวแม่ไก่มีขนาดโต เมื่อกางปีกออกจะกว้างเกือบ ๕ ฟุต หน้าคล้ายสุนัขป่า  หูค่อนข้างเล็กพอสมตัวขนข้างคอมักยาวและมีสี ค่อนข้างแดง ค้างคาวมีนมที่หน้าอกคู่หนึ่ง  มักออกลูกเพียงตัวเดียวและปล่อยให้ลูกกอดติดอยู่กับหน้าอก ห้อยหัวดูดนมอยู่เรื่อยๆเวลากลางวันค้างคาวจับกลุ่มนอนรวมๆ กันเป็นฝูงใหญ่ๆ ตามยอดไม้สูง ริมแม่น้ำหรือในไร่สวน  การนอนใช้เท้าทั้งสอง เกาะเกี่ยวกิ่งไม้ ห้อยหัวนอน มักเกาะเรียงกันแน่นเป็นตับ และส่งเสียงแย่งที่กัน พอจวนพลบจะออกบินทยอยตามกันไปหากิน  เรามักจะเห็นบินไปทางทิศเดียวกันก่อนแล้วแยกย้ายกันหากินลูกไม้ตามสวนผลไม้ต่างๆ  เป็นสัตว์ที่ทำอันตรายแก่ผลไม้ของชาวสวน

 

นกกาน้ำเล็ก

นกกาน้ำเล็ก

 

ชื่อสามัญ    Little Cormorant หรือนกกาน้ำเล็ก ชื่อวิทยาศาสตร์   Phalacrocorax niger นกนี้มักเห็นเป็นฝูงเล็กฝูงน้อย ตามท้องทุ่งท้องนาในหน้าฝน

ลักษณะ ขนสีดำทั้งตัวอย่างอีกา  มีขนาดยาว ๕๒ ซม ปากและคอยาวแต่สั้นกว่าชนิดอื่นๆ ในวงศ์เดียวกันปลายปากจะงุ้มลงเล็กน้อย  เท้ามีพังผืดยึดระหว่างนิ้วคล้ายกับเป็ด โดยยึดตลอดทั้ง ๔ นิ้ว (เป็ดมีพังผืดเพียง ๓ นิ้ว) ปีกสั้นกว้างแต่แข็งแรง หางค่อนข้างยาวปลายมน ขนสีดำ  ในฤดูหนาวขนใต้คอจะเป็นสีขาว พอถึงช่วงฤดูผสมพันธ์ขนที่หัวและคอจะเป็นสีเหลือบ ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน นกวัยอ่อนลำตัวจะ มีสีจางออกไปทางน้ำตาลมากกว่า นกโตไม่เต็มวัยที่คอตลอดจนถึงตอนบนของอกจะเป็นสีขาวนกกาเล็กสามารถว่ายน้ำได้คล่องแคล่วและชอบดำน้ำจับปลา แต่ก็บินได้เก่งและแข็งแรง ชอบบินตรงๆ  โดยเหยียดคออกไปข้างหน้า ภายหลังจากที่ดำน้ำจับปลาต้องขึ้นมากางปีกผึ่งแดดให้แห้งอยู่ตามกิ่งไม้หรือพื้นดินเพราะไม่มีต่อมน้ำมันที่ขนเหมือนเป็ดนกกาน้ำเล็กทำรังรวมกันเป็นฝูงใหญ่ โดยจะเริ่มทำรังในฤดูฝนราวเดือนกรกฏาคม รังทำด้วยกิ่งไม้แห้งสานอยู่บนต้นไม้  วางไข่ครั้งละ ๔-๕ ฟอง ไข่มีสีฟ้าอมเขียว ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ ๒๕ วัน ทั้งตัวผู้ตัวเมียจะช่วยกันฟักไข่นกกาน้ำเล็กเป็นนกประจำถิ่นที่พบได้ตามแหล่งน้ำและท้องนาในจังหวัดปราจีนบุรี มีบางส่วนที่เป็นนกอพยพไปทางเหนือและใต้  นอกจากนี้ยังพบในอินเดีย ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หมู่เกาะซุนดาใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  แมลงผีเสื้อยักษ์ หรือผีเสื้อหนอนใบกระท้อน

แมลงผีเสื้อยักษ์ หรือผีเสื้อหนอนใบกระท้อน

 

ชื่อสามัญ แมลงมอท ผีเสื้อยักษ์ ผีเสื้อกลางคืน Atlas Moth, Giant moth ชื่อสกุล Altacus atlas

ลักษณะ แมลงผีเสื้อยักษ์ออกบินและหากินเวลากลางคืน ในเวลากลางวันจะนอนตามมุมมืด หรือตามเปลือกของต้นไม้  ลักษณะที่สำคัญที่ต่างจากผีเสื้อคือหนวด (antennae) แมลงผีเสื้อกลางวันจะมีหนวดเส้นเดียวข้างละเส้นและมีปุ่มตรงปลาย  แต่แมลงผีเสื้อยักษ์จะมีหนวดผิดแปลก เช่นคล้ายขนนกหรือเส้นเรียวตรงโคนหนาแต่ปลายแหลม ตัวแมลงผีเสื้อยักษ์จะอ้วนป้อมแมลงผีเสื้อยักษ์วางไข่ตามต้นไม้ชนิดที่ลูกของมันชอบกินใบ โดยวางไข่รวมๆ กัน แล้วคายเมือกเหนียวๆ  ยึดให้ติดกัน ไว้เป็นกลุ่มก้อน ตัวเมียเมื่อวางไข่เสร็จจะตายในวันต่อมา ใข่ของแมลงผีเสื้อยักษ์จะฟักเป็นตัวหนอนเล็กๆ ในราววันที่ ๑๑-๑๔  นับตั้งแต่วันวางไข่แล้วจะกินใบไม้เรื่อยไปและโตวันโตคืน ราว ๓๗-๓๘ วัน ตัวจะใหญ่และยาวราว ๘.๕ ซม บนหลังมีหนามชี้ ๔ แถว  สีเหลืองแกมสีฟ้าและสีเขียวจางๆ ไม่มีขนตามตัว วันที่ ๔๘-๔๙ มันเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นตัวดักแด้ (cocoon) มีใยไหมยึดติดกับต้น และใบไม้แน่น  ลมพัดไม่ร่วงหล่น ต่อจากนั้นประมาณ ๒๓-๒๔ วัน  อวัยวะภายในตัวจะค่อยๆ  เปลี่ยนรูปร่างเป็นตัวหนอนใหญ่  งอกปีกกลายเป็นแมลงผีเสื้อยักษ์เมื่อมันเป็นตัวแมลงมีปีก มันไม่ต้องการกินอะไรอีกเลย มันมีปีกเพื่อบินหาคู่ และบินวางไข่ตามต้นไม้บางแห่งเท่านั้น  เมื่อผสมพันธ์เสร็จแล้วไม้ช้าก็ตาย ฉะนั้นมันกินอย่างเอาจริงเอาจังตอนที่เป็นหนอนเท่านั้น เมื่อลอกคราบแล้วไม่กินอะไรอีกเลย

 

  ปลาตะโกก

ปลาตะโกก

 

ชื่อภาษาอังกฤษ       Soldier river barb ชื่อวิทยาศาสตร์       Cyclocheilichtys enoplos

ลักษณะ                  เป็นชื่อปลาน้ำจืดขนาดกลาง มีเกล็ดขาว หัวเสี้ยม ตัวยาวเรียว ๑๕-๓๐ ซม ครีบหลังมีก้านครีบแข็งยาวคล้ายเงี่ยง พื้นลำตัวด้านหลัง และครีบสีเทาปนฟ้า ส่วนอื่นสีเงิน ขนาดลำตัวยาว ๑๔-๕๗ ซม

ถิ่นที่อยู่                    ในแม่น้ำปราจีนบุรี

ลักษณะพิเศษ           เนื้อปลาตะโกกเมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสอร่อยมากความสัมพันธ์กับชุมชนและความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจ   เป็นสัตว์น้ำที่นิยมนำมาปรุงเป็นต้มยำ เรียกต้มยำปลาตะโกก  จัดเป็นอาหารประจำจังหวัดที่มีรสชาติอร่อยอย่างหนึ่ง

ที่มา:http://kanchanapisek.or.th/kp8/pjb/pjb707.html

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s