ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของตำบล ของชุมชน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของตำบล ของชุมชน
ผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิต คำบรรยายย่อ สถานที่จำหน่าย
กระยาสารท กลุ่มอาชีพสตรีแปรรูปผลผลิต ผลิตภัณฑ์กระยาสารท เป็นขนมไทย รสหวาน หอมมัน อร่อย สะอาด และส่งออกจำหน่ายยังประเทศสหรัฐอเมริกา  กลุ่มอาชีพสตรีแปรรูปผลผลิต 
บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
กระยาสารท กลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านคลองท้ายบ้าน กระยาสารทสีทอง มีแบบงาขาว งาดำ บรรจุกล่องเล็ก บรรจุกล่องใหญ่ 10 ชิ้น และแบบหุ้มด้วยพลาสติก และบรรจุเป็นถุง  กลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านคลองท้ายบ้าน 
17/3 หมู่ที่ 3 บ้านคลองท้ายบ้าน
ถนนบ้านสร้าง – ปราจีนบุรี ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง
จ.ปราจีนบุรี 25150 
เสื่อผืนลายมัดหมี่ กลุ่มหัตถกรรมเสื่อกกแปรรูปบ้านคลองสอง เสื่อผืนลายมัดหมี่  กลุ่มหัตถกรรมเสื่อกกแปรรูปบ้านคลองสอง 
11 หมู่ 9 บ้านปากคลองสอง ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
กระยาสารท กลุ่มกระยาสารทสุวรรณา กระยาสารท  กลุ่มกระยาสารทสุวรรณา 
47 หมู่ 1 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
แชมพูสมุนไพร กลุ่มปลูกพืชสมุนไพร แชมพูสมุนไพร  กลุ่มปลูกพืชสมุนไพร 
181 หมู่ 4 ชุมชนตลาดบ้านสร้าง ถนนบ้านสร้าง-ปราจีนบุรี ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
กระยาสารท (นางศิริพรรณ) กลุ่มกระยาสารท-กาละแมสตรีบ้านเหนือคลอง กระยาสารท  กลุ่มกระยาสารท-กาละแมสตรีบ้านเหนือคลอง 
15 หมู่ 2 บ้านเหนือคลอง ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
เครื่องใช้จากเหล็ก ร้านตีเหล็กลุงเทียม เครื่องใช้จากเหล็ก  ร้านตีเหล็กลุงเทียม 
1 หมู่ 3 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
ธิดาหมี่กรอบ ธิดาหมี่กรอบ ธิดาหมี่กรอบ  ธิดาหมี่กรอบ 
3 เหนือคลอง หมู่ 2 ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี 25110 
ดอกไม้ประดิษฐ์ผ้าใยบัว กลุ่มแม่บ้านสตรีสากลบ้านคลองท้ายบ้าน ดอกไม้ประดิษฐ์ผ้าใยบัว  กลุ่มแม่บ้านสตรีสากลบ้านคลองท้ายบ้าน 
36 คลองท้ายบ้าน หมู่ 3 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
กระยาสารทบุญเตือน กระยาสารทบุญเตือน กระยาสารทบุญเตือน  กระยาสารทบุญเตือน 
18 หมู่ 2 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 
    มีดดายหญ้า-หัวตัด  78/1 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150 

ที่มา http://www.thaitambon.com/tambon/tprdlist.asp?ID=250601

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่   

เส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพร 
เส้นทางคลองสะท้อน-แก่งยาว ระยะทาง 15 กิโลเมตร สามารถใช้เวลาแบบเดินทางแบบเช้าไป-เย็นกลับ หรือพักแรม 1 คืนก็ได้ 
เส้นทางโป่งตาลอง-น้ำตกผาด่านช้าง-น้ำตกผามะนาวยักษ์-น้ำตกไทรคู่-น้ำตกผากระชาย ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน 
เส้นทางกลุ่มน้ำตกในตำบลบุฝ้าย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน 
นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่น่าสนใจ คือ เส้นทางน้ำตกนางรอง-ศูนย์ฝึกอบรมการป่าไม้เขาใหญ่ เส้นทางบ้านคลองเดื่อ-เขาแหลม-เหวสุวัต และเส้นทางซับใต้-เหวกระถิน-เขาสามยอด

ด้านธรรมชาติที่สวยงาม 
จุดชมทิวทัศน์ กม.30 
กิโลเมตรที่ 30 ถนนธนะรัชต์ สามารถชมทิวทัศน์ด้านทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เป็นบริเวณกว้างและสวยงาม 

จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว (ผาเดียวดาย) 

จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว (ผาเดียวดาย) นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชม มีลักษณะคล้ายผานกเค้าที่ภูกระดึง จะมองเห็นภูเขาร่มขวางอยู่เป็นแนวยาวและทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรี ตอนเช้าตรู่จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเป็นดวงกลมสีแดงเหนือสันเขาร่มที่สวยงาม 
เส้นทางถึงยอดเขาเขียวมีระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร บริเวณช่วงกิโลเมตรที่ 9 มีเส้นทางลงสู่จุดชมทิวทัศน์ผาเดียวดาย ผ่านป่าดิบเขาที่ชุ่มชื้นและอากาศเย็นตลอดปี ตามต้นไม้และโขดหินมีมอสและตะไคร่ขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป บริเวณนี้จะพบนกบนที่สูงหลายชนิด เช่น นกปรอดดำ นกเปล้าหางพลั่ว นกแซงแซวหางบ่วงเล็ก เป็นต้น

——————————————————————————–
น้ำตกผากล้วยไม้ 

เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า ทางเดินเริ่มจากจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ไปประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบไปตามห้วยลำตะคองที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่ร่มครึ้ม มีโอกาสพบนกหลายชนิด เช่น นกกางเขนน้ำหลังเทา นกกะรางคอดำ นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ ฯลฯ น้ำตกผากล้วยไม้มีลักษณะเป็นหน้าผาลดหลั่นกันลงมา สูงประมาณ 10 เมตร ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างมาก เหมาะสำหรับเล่นน้ำ ตามหน้าผาและคบไม้บริเวณน้ำตกพบกล้วยไม้นานาชนิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก กล้วยไม้ที่โดดเด่นที่สุด คือ หวายแดง ที่จะออกดอกสีแดงเป็นช่อยาวในช่วงหน้าร้อน

——————————————————————————–
น้ำตกวังเหว 

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความกว้างประมาณ 40-60 เมตร ในฤดูฝนมีน้ำมากและไหลแรง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ. 9 (ใสใหญ่) ประมาณ 17 กิโลเมตร อยู่ใจกลางป่าทางด้านทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การเดินทางจะต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยไปพักค้างแรมในป่าเป็นอย่างยิ่ง ตลอดเวลาการเดินทางจะพบกับพันธุ์ไม้นานาชนิด และแก่งหินที่สวยงามตามธรรมชาติ นับเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

——————————————————————————–
น้ำตกเหวนรก 

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุด อยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนดูน่ากลัว 

——————————————————————————–
ส่องสัตว์

เป็นกิจกรรมที่ใช้ไฟส่องสัตว์ในเวลากลางคืนไปตามถนนสองข้างทาง จะพบสัตว์ที่เลี่ยงหากินกลางวันมาหากินกลางคืน เช่น เม่น ชะมด นกฮูก บ่าง หมีขอ ฯลฯ สามารถติดต่อขออนุญาตได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ หรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 20.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ค่าบริการส่องสัตว์ราคา 50.-บาท/คน

——————————————————————————–
หอดูสัตว์ 

เป็นสถานที่จัดทำขึ้นสำหรับการซุ่มดูสัตว์ป่า ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้บริการได้ดังนี้ 
• โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
หอดูสัตว์หนองผักชี อยู่บริเวณหนองผักชี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่ารอบๆ หนองน้ำ เป็นทุ่งหญ้าคากว้างใหญ่ มีโป่งสัตว์ ปากทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 35 – 36 ถนนธนะรัชต์ เดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
• หอดูสัตว์มอสิงโต อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำมอสิงโต รอบๆ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าโล่งที่เหมาะสำหรับซุ่มดูสัตว์ป่าที่มากินดินโป่ง ซึ่งเป็นดินที่มีแร่ธาตุสำคัญของสัตว์กินพืช อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 500 เมตร
• โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.4 (คลองปลากั้ง)
หอดูสัตว์เขากำแพง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าติดชายป่าเชิงเขากำแพง มีทิวทัศน์สวยงามมาก ในเวลาเย็นจะมีฝูงกระทิงออกหากินบริเวณใกล้ๆ สามารถชมจากหอดูสัตว์นี้ได้ชัดเจน

——————————————————————————–

ด้านศึกษาธรรมชาติ

เส้นทางดูนก 
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแหล่งที่พบนกมากกว่า 340 ชนิด ทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่น เขาใหญ่เป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เส้นทางดูนกจะอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่-ค่ายพักกองแก้ว ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่-มอสิงโต สองข้างทางถนน บริเวณสนามกอล์ฟ (เดิม) ผากล้วยไม้-เหวสุวัต ด่านช้าง-บึงไผ่ และเขาเขียว

——————————————————————————–
  
เส้นทางเดินป่าประเภทไม่พักแรม

การเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเส้นทางเดินป่าประเภทไม่พักแรมนี้ ผู้ที่สนใจต้องติดต่อขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าไป ดังนี้ 
เส้นทางดงติ้ว-มอสิงโต ระยะทาง 2 กิโลเมตร ผ่านป่าดงดิบเลียบริมห้วย มีไม้ใหญ่ที่เป็นจุดเด่น คือ ต้นสมพงขนาดยักษ์ มีพูพอนสูงท่วมหัวคน 
เส้นทางสายดงติ้ว-หนองผักชี ระยะทาง 4 กิโลเมตร ทางช่วงแรกใช้ทางเดียวกับเส้นมอสิงโต จากนั้นจะผ่านป่าดงดิบที่มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ จนไปถึงหอดูสัตว์หนองผักชี 
เส้นผากล้วยไม้-เหวสุวัต ระยะทาง 3 กิโลเมตร ทางเลียบริมห้วย ริมทางมีเห็ดมากมายหลายชนิด อาจได้พบสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ริมน้ำ เช่น ตะกอง นาก 
เส้นทาง กม.33-หนองผักชี ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ทางผ่านป่าดงดิบที่มีต้นไม้ใหญ่หลายคนโอบ เช่น ไทร หว้า กะเพราต้น เถาวัลย์มากมายหลายชนิด 
นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเดินป่าที่น่าสนใจ คือ เส้นทางวังจำปี-หนองผักชี และเส้นทางกองแก้ว-เหวสุวัต 

ที่มา : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=9&lg=1

สวนนงนุช ปราจีนบุรี

สวนนงนุช ปราจีนบุรี 

ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งโพธิ์ จากกรุงเทพ ฯ โดยใช้เส้นทางสายรังสิต – องครักษ์ ผ่านตัวเมืองนครนายก เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 33 
สู่สี่แยกกบินทร์บุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 304 ตรงมาประมาณ 22 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบ้านสวนนงนุช ปราจีนบุรี ใช้เวลาในการ
เดินทางเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง

สวนนงนุช เป็นรีสอร์ทที่รวบรวมความหลากหลายในเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ มีพื้นที่ติดกับเขาใหญ่มีพรรณไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด
สวนสวยแปลกตา และหลากหลายกิจกรรมกลางแจ้ง 
โทร.  0 3740 1371

ที่มา :ข้อมูล : http://tat8.com/thai/pj/p_suannongnuch.html
ที่มา :ภาพประกอบ : http://www.pantown.com/board.php?id=14856&area=4&name=board12&topic=201&action=view

โบราณสถานลายพระหัตถ์-โบราณสถานหลุมเมือง-โบราณสถานพานหิน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

โบราณสถานลายพระหัตถ์-โบราณสถานหลุมเมือง-โบราณสถานพานหิน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี 

 “โบราณสถานลายพระหัตถ์” ตั้งอยู่ในเขตบ้านโคกขวาง ต.หนองโพรง จ.ปราจีนบุรี ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2524 เชื่อว่าโบราณสถานลายพระหัตถ์ คือซากของเทวาลัยสมัยลพบุรี ซึ่งเป็นโบราณสถานยุคสมัยเดียวกับเมืองศรีมโหสถเมืองอมรเทวี คาดคะเนอายุโบราณสถานลายพระหัตถ์อยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13


     โบราณสถานลายพระหัตถ์คงเหลือให้เห็นเพียงว่ามีฐานก่อด้วยศิลาแลง สำหรับส่วนอื่น ๆ นั้นปรักหักพังไปหมดแล้ว ในปี พ.ศ. 2451 ตรงกับ ร.ศ. 127 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จทอดพระเนตรโบราณสถานลายพระหัตถ์แห่งนี้ และได้ทรงพระปรมาภิไธย ไว้ที่แท่นหินศิลาแลง ว่าจปร.41/127 (127 คือ ร,ศ. และ 41 คือเป็นปีที่รัชกาลของพระองค์)

โบราณสถานลายพระหัตถ์-ปราจีนบุรี-1 โบราณสถานลายพระหัตถ์-ปราจีนบุรี-4

 

 

โบราณสถานลายพระหัตถ์” บางครั้งก็เรียกว่า “อนุสาวรีย์ลายพระหัตถ์”

โบราณสถานลายพระหัตถ์-ปราจีนบุรี-8 โบราณสถานลายพระหัตถ์-ปราจีนบุรี-9

 

 

……….ร่องรอยพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว……….

     จากนั้นในปี 2457 มีการสร้างมณฑปขึ้นเพื่อครอบโบราณสถานลายพระหัตถ์ส่วนฐานแห่งนี้ แต่ได้ชำรุดทรุดโทรมลงไป ในปี 2473 จึงได้มีการสร้างมณฑปใหม่ขึ้นมาทดแทนมณฑปเดิม โดยมณฑปหลังใหม่นี้สร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีลวดลายปูนปั้นรูปครุฑ ลายดอกไม้ ฯลฯ ดูสวยงาม

     ภายในมณฑปของโบราณสถานลายพระหัตถ์แห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และแท่นหินศิลาที่จารึกพระปรมาภิไธยไว้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะมาเที่ยวชมกันได้นะคะ

โบราณสถานหลุมเมือง-ปราจีนบุรี-5

โบราณสถานหลุมเมือง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี 
โบราณสถานปริศนาที่ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้แน่ชัดว่าถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลกลใด ?

     

     “โบราณสถานหลุมเมือง” เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่แปลกประหลาด ลักษณะจะเป็นหลุมขนาดต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในพื้นศิลาแลงธรรมชาติ ไม่ปรากฎว่าโบราณสถานหลุมเมืองเกิดขึ้นในสมัยใด หรือสร้างขึ้นเพื่ออะไร แต่เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสโบราณสถานหลุมเมืองนั้นมีพระราชสันนิษฐานว่าอาจเป็นหลุมสำหรับโขลกปูนที่จะปั้นลวดลายประดับปราค์หรือไม่ และอีกทางหนึ่งสำหรับคำบอกเล่าจากคนรุ่นเก่าเชื่อว่าเป็นหลุมสำหรับเล่นกีฬาพื้นบ้านของคนสมัยก่อน

โบราณสถานพานหิน-ปราจีนบุรี-12 โบราณสถานพานหิน-ปราจีนบุรี-3

 

 

แท่งศิลาแลงทรงกลมสกัดเป็นรูปเชิงบาตร สัญลักษณ์ของ “โบราณสถานพานหิน

โบราณสถานพานหิน-ปราจีนบุรี-1 โบราณสถานพานหิน-ปราจีนบุรี-7

 

 

รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสโบราณสถานแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2451

     “โบราณสถานพานหิน” ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโคกขวาง ตำบลหนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ลักษณะเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง แผนผังโบราณสถานพานหินแห่งนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกว้างยาวด้านละ 15.5 เมตร สูง 3.5 เมตร มีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน ที่มุขด้านทิศเหนือมีร่องรอยหลุมเสา นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าอาจเป็นเสาบันไดไม้ขึ้นตัวอาคารของโบราณสถานพานหิน ด้านบนของอาคารพบหลุมเสาซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเสาของอาคารเครื่องไม้มุงหลังคา และพบแท่งศิลาแลงทรงกลมสลักเป็นรูปเชิงบาตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร 

     โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสโบราณสถานพานหินแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2451 ทรงสันนิษฐานว่าแท่งศิลาแลงทรงกลมบนตัวอาคารนั้นน่าจะเป็นฐานเทวรูป ซึ่งเมื่อได้มีการขุดแต่งทางโบราณคดีในสมัยต่อ ๆ  มา ณ โบราณสถานพานหินแห่งนี้ ในปี พ.ศ.ได้พบชิ้นส่วนปะติมากรรมพระกรซ้ายทรงสังข์ ที่น่าจะเป็นพระกรของพระนารายณ์ ซึ่งตรงกับที่พระองค์สันนิษฐานไว้ จึงเชื่อกันว่าโบราณสถานพานหินแห่งนี้ เคยเป็นศาสนสถาน หรือเทวสถานในศาสนาฮินดู มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 14

     ซากโบราณสถานหรือโบราณวัตถุนั้น มองเผิน ๆ เหมือนกับซากปรักหักพังทั่วไป เป็นเพียงก้อนอิฐก้อนหินเก่า ๆ แต่ลึก ๆ ลงไปแล้วทุกชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นมาเป็นโบราณสถานแห่งนี้แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและศิลปะอันล้ำค่าที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนกันได้ ดังนั้นพวกเรานักท่องเที่ยวจึงควรช่วยกันดูแลรักษาไว้

     การเดินทางสู่โบราณสถานลายพระหัตถ์ โบราณสถานหลุมเมือง โบราณสถานพานหิน : โบราณสถานลายพระหัตถ์ อยู่เลยจากที่ว่าการอำเภอศรีมหาโพธิไปทางบ้านโคกขวาง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร โดยอยู่เยื้องทางเข้าโบราณสถานหลุมเมือง สำหรับโบราณสถานพานหิน อยู่เลยจากที่ว่าการอำเภอศรีมหาโพธิไปทางบ้านโคกขวางประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วแยกขวาไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

ที่มา http://www.thongteaw.com/Travel_tour_content_ปราจีนบุรี/โบราณสถานลายพระหัตถ์.html

เมืองโบราณศรีมโหสถ-โบราณสถานสระแก้ว-สระขวัญ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

เมืองโบราณศรีมโหสถ-โบราณสถานสระแก้ว-สระขวัญ   อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

 “โบราณสถานสระมรกต” ตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วยรอยพระพุทธบาทคู่ ซึ่งสลักลงไปในพื้นศิลาแลงธรรมชาติลักษณะเหมือนจริง เป็นรอยพระพุทธบาทเก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 และกลุ่มอาคารพุทธศาสนามหายาน มีแผนผังแบบเดียวกับอโรคยศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างทับของเดิมราวพุทธศตวรรษที่ 17-18

     ความเป็นมา และความสำคัญของโบราณสถานสระมรกต

     “โบราณสถานสระมรกต – รอยพระพุทธบาทคู่” เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้านมาเป็นเวลานานแล้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในสมัยก่อนได้นำชื่อโบราณสถานดังกล่าวแจ้งไปยังราชบัณฑิตยสภา เพื่อประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสำคัญของชาติ ในปี พ.ศ. 2478 เดิมน่าจะมีสภาพสมบูรณ์กว่าที่เป็นอยู่ แต่เนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นเหตุให้มีการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนศิลาแลงไป ทุบย่อยเพื่อสร้างอุโบสถของวัดต่าง ๆ ในพื้นที่แถบนี้ เช่น วัดสระข่อย วัดต้นโพธิ์ วัดม่วงขาว วัดโคกปีบ 

     ต่อมาเมื่อมีการขุดแต่งโบราณสถานแห่งนี้ ทำให้เห็นร่องรอยต่าง ๆ จากรูปแบบแผนผังของอาคารต่าง ๆ เข้าข่ายลักษณะของ อโรคยศาลา หรือสุขศาลาในสมัยโบราณ กล่าวคือมีสระน้ำใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออก ก่อนเข้าสู่กลุ่มอาคารจะมีสระน้ำเล็กอยู่ ขวามือมีโคปุระหรือซุ้มประตูอยู่ทางทิศตะวันออกชักปีกกาออกสองข้างเป็นกำแพงแก้ว ภายในทางซ้ายมือเป็นที่เก็บตำราหรือคัมภีร์ ภายในส่วนกลางจะเป็นปรางค์ประธาน ซึ่งมักจะเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ไภสัชคุรุไวฑูรยประภา ผู้รักษาโรค

โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-7 รอยพระพุทธบาทคู่-โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-32 โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-29 โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-19
 
 

โบราณสถานสระมรกต อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

 

     เมืองโบราณสระมรกตมีอะไรน่าสนใจบ้าง

     นอกจากโบราณสถานสระมรกตแล้ว เมืองโบราณสระมรกตยังมีความน่าสนใจอีกมากมายเช่น
อาคารศรีมโหสถ เริ่มจากบริเวณลานจอดรถ เดินมาเรื่อย ๆ ท่านจะได้พบกับ แบบจำลองเมืองโบราณ ที่อยู่บริเวณด้านหน้าอาคารศรีมโหสถ 

     ภายในอาคารศรีมโหสถนั้น เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ย่อ ๆ จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของเมืองโบราณในบริเวณนี้ เช่น โบราณสถานสระมรกต หรือโบราณสถานศรีมโหสถ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่ขุดค้นได้ อีกหลายชิ้นเลยทีเดียว 

รอยพระพทธบาทคู่-โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-15 โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-37

สถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาทคู่” 
ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

 

โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-26 โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-20
 
 

……………บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ? ซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยเหล่าผู้ที่ยึดติดในศรัทธา……………

 

     

     สระมรกต 

     เมื่อนักท่องเที่ยวเดินมาถึงทางด้านหลังของอาคารศรีมโหสถ จะเห็นป้าย “สระมรกต” ชัดเจน สระมรกตเป็นบึงน้ำสมัยโบราณขนาดใหญ่ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้า ผิวน้ำของสระมรกตถูกปกคลุมไปด้วยหมู่มวลดอกบัวจำนวนมากมาย ซึ่งหากมาถึงตอนช่วงเช้าแสงแดดอ่อน ๆ ที่ดอกบัวกำลังบานอวดโฉมท้าทายแสงอาทิตย์ยามเช้าแล้วละก็ คงจะต้องตกตะลึงในความงดงามของสระมรกตแห่งนี้อย่างแน่นอน

โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-
 
 

…………………….ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้…………………….

     รอยพระพุทธบาทคู่ ที่เก่าแก่ที่สุดใดในประเทศไทย

     รอยพระพุทธบาทคู่ที่ขุดพบบริเวณโบราณสถานสระมรกต เมื่อพ.ศ. 2529 เป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย รอยพระพุทธบาทคู่สลักลงไปในพื้นศิลาแลงธรรมชาติ ลักษณะเหมือนรอยเท้ามนุษย์นิ้วเท้ายาวไม่เท่ากันและเรียงไม่เสมอกัน รอบรอยพระบาทสลักเป็นรูปวงกลมล้อมรอบ ที่กลางฝ่าพระบาทแต่ละข้างสลักเป็นรูปธรรมจักร ระหว่างพระบาทแกะเซาะเป็นร่องรูปกากบาท มีหลุมกลมอยู่ตรงกลาง สันนิษฐานว่ามีไว้สำหรับปักเสาฉัตรหรือเสาเพลิงรองรับเครื่องหมายตรีรัตน์หรือธรรมจักร รอยพระพุทธบาทคู่นี้สันนิษฐานว่า มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 เป็นบริโภคเจดีย์สมมติตามคติลังกา เพื่อแสดงว่าพระพุทธศาสนาได้เผยแผ่มา ณ ดินแดนแห่งนี้

     ความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาท

     รอยพระพุทธบาทเป็นปูชนียวัตถุสถานที่สำคัญ แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พุทธศาสนิกชนสักการะบูชา มาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจวบจนปัจจุบัน ตามคติความเชื่อเรื่องเจติยสถาน แบ่งรอยพระพุทธบาทออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

     1.รอยพระพุทธบาทที่เป็นบริโภคเจดีย์ เชื่อกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับไว้ให้เป็นที่สักการะบูชา ตามความเชื่อสมัยหลังในลังกาทวีป ระบุว่ามีอยู่ 5 แห่ง คือที่เขาสุวรรณมาลิก เขาสุวรรณบรรณพต เขาสุมนะกูฏ เมืองโยนกบุรี และริมฝั่งแม่น้ำนัมทานที

     2.รอยพระพุทธบาทที่เป็นบริโภคเจดีย์สมมติ เป็นรอยพระพุทธที่จำลองขึ้นจากรอยพระพุทธบาทที่เป็นบริโภคเจดีย์

     3.รอยพระพุทธบาทที่เป็นอุทเทสิกะเจดีย์  เป็นรอยพระพุทธบาทที่สร้างขึ้นแทนองค์พระพุทธเจ้า

อาคารศรีมโหสถ-โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-58 อาคารศรีมโหสถ-โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-55
 
 

ภายในและภายนอก “อาคารศรีมโหสถ” อาคารซึ่งจัดแสดงนิทรรศการ
เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโบราณสถานสระมรกต และเมืองโบราณศรีมโหสถ

 

สระมรกต-โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-50 โบราณสถานสระมรกต-ปราจีนบุรี-56
 
 

สระมรกต” สระน้ำโบราณที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยดอกบัว กับ พระปรางค์จำลอง

     การเดินทางสู่โบราณสถานสระมรกต : จากถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 305 (เส้นรังสิต-องครักษ์-นครนายก) เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 (ไปทางอำเภอปากพลี) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 319 (ปราจีนบุรี -ศรีมโหสถ) ผ่านโรงเรียนวัดสระข่อย ไปจนถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายจะถึงโบราณสถานสระมรกต

ที่มา http://www.thongteaw.com/Travel_tour_content_ปราจีนบุรี/โบราณสถานสระมรกต.html

 

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี (ดูภาพด้านล่าง)

     ในอดีตการรักษาโรค การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องของครอบครัวหรือเพื่อนบ้านในชุมชน การดูแลรักษาจึงเน้นการดูแลตนเอง การใช้ทรัพยากรสมุนไพรพื้นบ้าน ผสมผสานความรู้ของภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่ปัจจุบันความเจริญต่าง ๆ เข้ามาแทนที่ ทำให้วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนเกิดความเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้านซึ่งรวมถึงเรื่องของการรักษาโรคและดูแลสุขภาพ จากเดิมเริ่มจากการดูแลตนเองก่อน หลังจากนั้นหากเกินความสามารถแล้วจึงจะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล กลับกลายเป็นไม่ว่าจะป่วยน้อย ป่วยมากก็จะผลักภาระการดูแลของตนเองทั้งหมดไปให้กับหมอในโรงพยาบาล ต้องการยารักษาโรคนั้นโรคนี้ที่มากเกินความจำเป็น ทั้ง ๆ ที่บางอาการเจ็บป่วยหรือบางโรคนั้นสามารถใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่ในประเทศของเราอยู่แล้ว ปัจจุบันทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการรณรงค์ให้นำสมุนไพรท้องถิ่นมาใช้ในการรักษาโรค โดยนำสมุนไพรมาผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อความสะอาดปลอดภัย  ซึ่งโรงพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับแนวทางในการรักษานำสมุนไพรมาใช้คือ “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-24 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-16 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-11 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-19
 
 

…………………….ชีวิตเล็ก ๆ ในสวนสมุนไพร…………………….

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-100
 
 


รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุร
ี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2452

     มาทำความรู้จักโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรกันเถอะ

     โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2452 โดยท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์)เพื่อใช้ในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เสียก่อนที่จะได้เสด็จฯ มายังโรงพยาบาลแห่งนี้ ต่อมาตึกนี้ได้ใช้รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 2455 และเชื้อพระวงศ์อีกหลายพระองค์ ตึกหลังนี้เป็นมรดกตกทอดมาถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 และพระองค์ได้มอบตึกหลังงี้ในกับทางราชการเมื่อปี 2482 และได้กลายเป็นตึกผู้ป่วยที่สวยงามที่สุดจนถึงปี 2512 ในสมัยนายแพทย์สุจินต พลานุกูล ได้ทำการบูรณะและจะเปิดใช้เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น ต่อมาได้มีการบูรณะตึกครั้งใหญ่ในปี 2537 โดยงบประมาณจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 2.5 ล้านและคุณป้าจรวย ประสมสิน อีก 1 แสนบาทเพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-84 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-45 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-31 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-85

…………………….ภายใน “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร“…………………….

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-92 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-80 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-82 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-67
 
 

รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2543 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม
ในพระบรมราชูปถัมภ์ คือ เครื่องรับประกันความงดงามของตึกหลังนี้

     

     พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรมีอะไรบ้าง ? 

      – ส่วนจัดแสดงชั้นล่าง

     1.ห้องแนะนำพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร
     2.ห้องประวัติศาสตร์ แสดงประวัติความเป็นมาการสร้างตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พัฒนาการใช้ประโยชน์ของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และคุณค่าความงามทางสถาปัตยกรรมของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
     3.ห้องท้องพระโรง จัดแสดงความงามทางสถาปัตยกรรมของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
     4.ร้านขายยาไทย โพธิ์เงิน – อภัยภูเบศร โอสถ
     5.คลินิกการแพทย์แผนไทยเพื่อการวิจัย
     6.ห้องยาไทย จัดแสดงเรื่องราวของไม้กฤษณา สมุนไพรเก่าแก่ที่สัมพันธ์กับจังหวัดปราจีนบุรี และการแสดงทำยา 28 วิธี
     7.สำนักงาน

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-103
 
 

…………………….ห้องประวัติศาสตร์…………………….

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-37 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-55 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-53 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-63
 
 

ผลงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะในยุคบาโรค (Baroque)

     – ส่วนจัดแสดงชั้นบน

     8.ห้องปูมเมืองปราจีน จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมา พัฒนาการของจังหวัดปราจีนบุรี
     9.ห้องประวัติการพัฒนาสมุนไพรอภัยภูเบศร จัดแสดงประวัติการพัฒนาสมุนไพรของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ
     10.ห้องประวัติโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดแสดงประวัติความเป็นมาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
     11.ห้องโถงกลาง
     12.ห้องประชุม
     13.ห้องอเนกประสงค์

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-48 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-79
 
 

ห้องท้องพระโรง และ ทางเดินซึ่งเชื่อมต่อไปยังสวนสมุนไพรด้านหลัง “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-68 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-71
 
 

……………ร้านขายยาไทย “โพธิ์เงิน – อภัยภูเบศร โอสถ” ในแสงสลัว……………

     ความงามทางสถาปัตยกรรมของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

     – ภาพลายปูนปั้น

     ลักษณะสถาปัตยกรรมของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นสถาปัตยกรรมเลียนแบบ บาร็อค (Baroque)ของฝรั่งเศสซึ่งพัฒนาไปสู่ศิลปะแบบโรโกโก (rococo) ลวดลายปูนปั้นส่วนใหญ่เป็นลวดลายขนาดเล็กอ่อนไหว เช่น ลวดลายที่หน้าบัน ทำเป็นลายปูนปั้นรูปกระถางต้นปาล์ม นอกจากนี้ซุ้มประตูหน้าต่าง ขื่อ คาน เสา และกรอบประตูหน้าต่าง ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นเป็นลายใบไม้ แสดงความเคลื่อนไหวด้วยการงอหรือม้วน ลายดอกไม้ ลายรูปหน้าคน ลายเปลือกหอย ฯลฯ
มีเพียงลายปูนปั้นที่เสาใต้หน้าบันเท่านั้นที่มีสัญลักษณ์ความเป็นไทย คือทำเป็นรูปช้าง ภายในห้องมีลายปูนปั้นประดับตามหัวเสา ทวยรับคานเหนือกรอบประตูหน้าต่างเป็นลายหน้าคน ลายแจกัน ลายใบไม้ ดอกไม้ ฯลฯ เสาภายในอาคารเป็นเหลี่ยมเซาะร่อง หัวเสาประดับลายปูนปั้น จากห้องโถงกลางมีประตูไปยังห้องข้าง ๆ ได้ทั้งสองข้าง ส่วนด้านหลังมีประตูออกไปยังห้องโถงยาว ด้านหลังเป็นบันไดเวียนทำด้วยไม้ขึ้นสู่ชั้นบน ห้องน้ำและห้องเก็บของ

      – ประตูทางเข้าห้องโถง

     ภายในตัวอาคารเมื่อผ่านประตูหน้าเข้ามามีระเบียงขนาดใหญ่ เสาเป็นซุ้มวงโค้งอาเขตเป็นช่วง ๆ หน้าต่างตามแนวตอนบนเป็นช่องแสงติดกระจกสี ตัวบานหน้าต่างเป็นบานเกล็ดไม้ ถัดจากระเบียงเข้าประตูห้องโถงกลาง บานประตูเป็นไม้แกะสลัก เหนือประตูเป็นช่องแสง ช่องลมรูปครึ่งวงกลมทำเป็นไม้ฉลุลวดลายดอกไม้ใบไม้ทั้งที่บานประตูและบานหน้าต่าง ภายในอาคารติดกลอนทองเหลืองมีลวดลายงดงาม (ลายพิณ เหลือเพียงสองอันที่โถงด้านล่างซ้าย) ขวามือเป็นประตูทางเข้าอาคารผ่านระเบียงทางเดินภายใน ก่อนจะเข้าห้องโถงทางด้านซ้ายมือโดยที่ปลายสุดของระเบียงทางเดิน เป็นบันไดทางขึ้นชั้นบน

     – ภาพลายกระเบื้องปูพื้น

     ลักษณะเด่นของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นอกจากความงามของขนาด และสัดส่วนของตัวอาคารแล้ว บริเวณพื้นที่ภายในอาคารทั้งชั้นล่างและชั้นบนของทุกห้อง ปูด้วยกระเบื้องโมเสดลวดลายต่าง ๆ งดงามมาก โดยเฉพาะในห้องโถงกลางชั้นล่าง ซึ่งลวดลายต่าง ๆ เป็นลายเฉพาะ และเป็นลวดลายดั้งเดิมตั้งแต่สร้างตึกขึ้นมา

      – ภาพเขียนสีบนเพดานห้อง
     ลายภาพเขียนปูนเปียกบริเวณเพดานที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ค้นพบในปี 2537 ขณะที่มีการบูรณะตึกโดยเภสัชกร ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ได้สังเกตเห็นเพดานห้องโถงด้านขวาที่ทาสีขาว ได้หลุดร่อนออกมาประมาณ 10 ซม.ปรากฏลายปูนเปียกที่มีสีสันสวยงาม จึงได้มีการขูดสีที่ทาทับไว้ทั้งตึกออก จากนั้นได้ซ่อมแซมดังที่เห็น

     – บันไดและหัวเสาไม้
      จากระเบียงด้านหน้าบริเวณหน้าห้องปีกตะวันออก เป็นบันไดขึ้นสู่ชั้นบน ลักษณะเป็นบันไดไม้ มีที่พักเป็นระเบียงขวาง เดิมมีเสาบันไดทำเลียนแบบเสาโรมัน และระเบียงราวบันไดเป็นไม้แกะสลักลวดลาย ที่ปลายเสาเป็นหัวเม็ดแกะสลักลวดลายใบไม้ ชั้นบนของอาคารเหมือนกับชั้นล่าง แต่ช่องแสงช่องลมซุ้มประตูไม้ฉลุลวดลายดอกไม้ใบไม้ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-88 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-87 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-60 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร-ปราจีนบุรี-81
 
 

รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครย้อนยุคบางเรื่องด้วยนะ

     ด้วยความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของในยุคกลางรัตนโกสินทร์ของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงทำให้ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับรางวัล อาคารอนุรักษ์ดีเด่น โดยสมาคมสถาปนิกสยามในประบรมราชูปถัมภ์ในปี 2543 โดยได้รับพระราชทานโล่และกิตติบัตรจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

     การเดินทางสู่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร : จากถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 305 (เส้นรังสิต-องครักษ์-นครนายก) เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 (ไปทางอำเภอปากพลี) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 319 (ไปปราจีนบุรี) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท ปจ.2033 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3069 (ถนนปราจีนอนุสรณ์) ถึงโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ที่มา http://www.thongteaw.com/Travel_tour_content_ปราจีนบุรี/โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร.html

     

ตลาดผลไม้หนองชะอม ปราจีนบุรี

ตลาดผลไม้หนองชะอม ปราจีนบุรี

  “ศรีมหาโพธิคู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี” เป็นคำขวัญที่บ่งบอกถึงความเป็นจังหวัดปราจีนบุรีได้ดี สำหรับศรีมหาโพธิ และเขตเมืองทวารวดีนั้นท่านสามารถติดตามได้จากเนื้อหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ได้นะคะ ส่วนไผ่ตงหวานคู่เมือง และผลไม้ลือเลื่องคงต้องติดตามกันมาที่นี่เลยค่ะ “ตลาดผลไม้หนองชะอม”

     “ตลาดผลไม้หนองชะอม” เป็นตลาดผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะมาเลือกสรรหาผลไม้ที่มีมากมายหลากหลายที่จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาอวดโฉมที่ตลาดผลไม้หนองชะอมแห่งนี้กันตลอดทั้งปี ทำให้หากท่านได้ผ่านมาจังหวัดปราจีนบุรีในฤดูต่าง ๆ ก็จะได้ผลไม้ต่างชนิดกันจากตลาดผลไม้หนองชะอมนี้ไปเป็นของฝากเรียกว่าไม่ต้องซ้ำกันเลยทีเดียว

ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-17 ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-14 ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-21 ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-6
 
 
ที่ “ตลาดผลไม้หนองชะอม” อะไร…..อะไร ก็หวาน 
(หน่อไม้หวาน ส้มโอหวาน สละหวาน และรอยยิ้มหวาน ๆ ของแม่ค้า)
ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี- ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี- ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี- ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-
 
 
จะน้อยหน่า มะละกอ แตงทิเบต หรือ กะท้อนก็มีให้เลือก…..ละลานตา

     ตลาดผลไม้หนองชะอมพิกัดการเดินทางก็ไม่ลำบาก เพราะว่าอยู่บนทางหลวงหมายเลข 33 เส้นทางมุ่งจากจังหวัดปราจีนบุรีกลับไปทางอำเภอปากพลีของจังหวัดนครนายกตรงสี่แยกหนองชะอม (เหมือนชื่อตลาดเลย) จึงสังเกตเห็นตลาดผลไม้หนองชะอมได้ง่ายมาก เพราะเมื่อถึงตลาดผลไม้หนองชะอมแล้ว จะเห็นร้านจำหน่ายผลไม้เรียงรายยาวไปตามถนน และมีรถของนักท่องเที่ยวที่จอดเรียงรายกันเป็นทิวแถวเพื่อแวะซื้อของฝากที่ตลาดผลไม้หนองชะอมแห่งนี้

ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-
 
 
………………. .ตลาดผลไม้หนองชะอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี………………..

     นอกจากผลไม้นานาชนิดแล้ว หน่อไม้ก็เป็นของฝากขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่างของจังหวัดปราจีนบุรีก็คือ หน่อไม้ที่จะมีให้เห็นมากมายมีทั้งที่เป็นหน่อไม้สด หน่อไม้ดองเปรี้ยว หน่อไม้ดองหวานให้เลือกสรรกันตามความชอบใจมากมาย

    ของฝากจากจังหวัดปราจีนบุรียังไม่หมดเพียงแค่ตลาดผลไม้หนองชะอมที่เลือกสรรผลไม้สด หน่อไม่อร่อยแล้ว เลยไปอีกไม่ไกลบนเส้นทางหลวงหมายเลข 33 เช่นกัน เป็นแหล่งค้าปลีก ค้าส่ง ไม้กวาด เรียกได้ว่าไม้กวาดเกือบทุกชนิดทั้งไม้กวาดดอกหญ้า ไม้กวาดทางมะพร้าว แต่ละชนิดก็มีหลายประเภทเช่นด้ามไม้ไผ่ ด้ามพลาสติก หลายคุณภาพเช่นแบบไม้กวาดที่แน่นหนาหรือบางลงมาหน่อย สีสันก็มีมากมายต้องการไม้กวาดแนวธรรมชาติก็จะเป็นสีปกติ หรือสีสันสดใสก็มีให้ท่านเลือกหาได้มากมาย โดยเฉพาะฤดูที่มากที่สุดที่จะมีไม้กวาดให้เลือกก็คือช่วงฤดูหนาวนั่นเอง

ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-
 
 
ชิ้นงานหัตถกรรมที่ช่วยค้ำจุนฐานะความเป็นอยู่ของคนพื้นถิ่น
ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี- ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี- ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี- ตลาดผลไม้หนองชะอม-ปราจีนบุรี-
 
 
ช่วงปลายฤดูหนาวที่ จ.ปราจีนบุรี 
จะมีการผลิตไม้กวาดดอกหญ้าเืพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนมาก

    นอกจากไม้กวาดชนิดต่าง ๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กันเช่น เก้าอี้พักเอนหลัง เก้าอี้โยก ชั้นวางของ ฝาชี ของเล่นเด็ก ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น เรียกว่ามาจังหวัดปราจีนบุรีครั้งเดียว ได้ของฝากมากมายหลายอย่างไปฝากกัน

ที่มา http://www.thongteaw.com/food.html