พืชเครษฐกิจ

พืชเครษฐกิจ

หน่อไม้ไผ่ตง

หน่อไม้ไผ่ตง

 

ชื่อพื้นบ้าน หน่อไม้ไผ่ตง ศัพท์ทางพฤษศาสตร์ BAMBOOSACEAE ไผ่ตง  มี ๕ ชนิด คือ๑. ตงใหญ่ (ตงหม้อ)๒. ตงกลาง (ตงจีน ตงดำ)๓. ตงเล็ก หรือตงหนู๔. ตงลาย๕. ตงเขียวคนโบราณรู้จักหน่อไม้สีสุก หน่อไม้รวก หน่อไม้ป่าลักษณะ หน่อไม้เป็นหน่อของต้นไผ่ซึ่งอยู่รวมกันเป็นกอโตขึ้นเป็นลำต้นแข็งแรงลำต้นส่วนใหญ่ของต้นไผ่อยู่ใต้ดิน  เรียกว่า เหง้า ส่วนที่พ้นจากดินจะมีลำต้นตรงมีข้อปล้องผิวแข็ง เมื่อยังอ่อนอยู่จะมีกาบหุ้มและจะหลุดร่วงไปเมื่อลำต้นเจริญเต็มที่  แต่ไผ่บางชนิดที่กาบหุ้ม ลำต้นไม้ร่วง เช่น ไผ่รวกไม้ไผ่เป็นพืชในเขตร้อน มีจำนวนน้อยที่ขึ้นในเขตอบอุ่น ในประเทศไทยมีไผ่ ๑๒ สกุล ๔๑ ชนิด  ไผ่เป็นพืชจำพวกออกดอกผลแล้วจะหมดอายุ ต้นก็จะตายไปเมื่อเวลา แล้งจัดๆ มักจะตาย จะออกดอกผลเป็นเมล็ด  เรียกว่า   ขุยไผ่  และไผ่กอนี้เรียกว่า ไผ่ตาย ขุยไผ่ใช้บริโภคได้เช่นเดียวกับเมล็ดข้าว ไผ่ที่ชาวจังหวัดปราจีนบุรีนิยมปลูกจนเป็นพืช เศรษฐกิจ คือ ไผ่ตงถิ่นที่อยู่  หน่อไม้ไผ่ตง มีชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรีตรงบ้าน ดงหัวโขด ตำบลบ้านพระ  หมู่ ๔  อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้นำไผ่ตงจากเมืองจีน มาปลูกและแพร่เข้าสู่ อำเภอศรีมหาโพธิ์ อำเภอประจันตคาม และขยายไปยัง ฉะเชิงเทรา  จันทบุรี ระยอง ภาคใต้มีที่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา นราธิวาส ภาคอีสานมีที่ อุบลฯ ขอนแก่น ยโสธร ภาคเหนือมีที่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ความสัมพันธ์กับชุมชน  หน่อไม้ไผ่ตง เป็นที่นิยมบริโภคมาเป็นระยะเวลากว่า  ๑๐ ปี เนื่องจากมีเนื้อมาก รสชาติอร่อย และสามารถนำส่วนสำคัญต่างๆ ของไผ่ตงมาทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น สร้างที่พักอาศัย  เครื่องมือเครื่องใช้ ได้สารพัด รากของไผ่ตง สามารถนำมาใช้ทำยารักษากามโรค เช่น ซิฟิลิส หนองใน เอารากมาล้างน้ำต้มกินแก้หวัดได้  หน่อไม้บางชนิดมีรสขม และบางชนิดขนอ่อน ปกคลุม อาจเกิดอาการคันและเป็นพิษได้เมื่อถูกต้อง ก่อนรับประทานควรต้มกับน้ำนานๆ  หลายครั้ง หรือเผาไฟ เพื่อทำลายพิษของขนให้หมดไป เมล็ดหรือขุยไผ่อาจนำมาหุงต้มรับประทานได้ เช่นเดียวกับเมล็ดข้าว หน่อไม้หมก  มีรสอร่อยหวาน เนื้อแน่น เป็นที่นิยมบริโภคมาก ดินที่ใช้ปลูกไผ่ตง เรียก ดินขุยไผ่ สามารถนำเอาดินขุยไผ่ไปใส่ต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ งอกงาม ตามไม้ไผ่ กิ่งและแขนงไผ่ สามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้ ลำต้นไผ่บางชนิดสามารถนำไปทำเครื่องดนตรีได้ ทำเครื่องจักสานได้  เยื่อไผ่ ทำกระดาษได้ความสำคัญทางเศรษฐกิจ  หน่อไม้ไผ่ตง เป็นเศรษฐกิจของจังหวัดปราจีนบุรี มีโรงงานรับซื้อหน่อไผ่ตง ทำเป็นไม้กระป๋อง  ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ลักษณะทั่วไป

ไผ่ตงมีชื่อสามัญว่า Rough Giant Bambooเป็นไผ่ประเภทเหง้ามีกอขนาดใหญ่ สูง 20-30 เมตร ลำตรงอัดกันเป็นกอค่อนข้างแน่น ปลายลำโค้งถึงห้อยลง เส้นผ่านศูนย์กลางลำ 10-20 เซนติเมตร ปล้องยาว 20-50 เซนติเมตร เนื้อลำหนา 1-3.5 เซนติเมตร ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ปล้องบนมีขนสีขาวหรือสีเทาปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา ปล้องล่างยังมีขนปกคลุมหนาแน่นและมักมีรากอากาศจำนวนมากออกตามข้อ แตกกิ่งต่ำหรือตั้งแต่กลางลำต้นขึ้นไป มีข้อลำ 3-5 กิ่ง กิ่งเด่นหนึ่งกิ่งอยู่ตรงกลาง กิ่งที่เหลือขนาดไล่เลี่ยกันมักมีรากอากาศที่กิ่ง

ลักษณะใบ

 ใบ

ใบเป็นรูปแถบแกมรูปใบหอกมีขนาด กว้าง 1.5-4.5 เซนติเมตร ยาว 15-30 เซนติเมตร กาบหุ้มลำมีสีน้ำตาลอมม่วงหรือสีน้ำตาลจนถึงสีเขียวอ่อน กาบของหน่ออ่อนหรือกาบล่างๆของลำปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้ม ส่วนกาบของหน่อบินหรือปล้องบนๆของลำมักมีขนสีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีเทา ใบยอดกาบรูปใบหอก สีน้ำตาลอมม่วงจนถึงสีเขียวอมม่วง กางออกถึงพับลง หูกาบเป็นพูเด่น ขอบและด้านในมีขนแข็งและยาวปกคลุม ลิ้นกาบเป็นแถบสูงประมาณ 1 เซนติเมตร ขอบจักไม่สม่ำเสมอและมีขน

 ดอก

ช่อดอกย่อยเทียมยาว 5-9 มิลลิเมตร กลูม 1-2 อัน ดอกย่อยสมบูรณ์ 4-5 ดอก ปลายช่อดอกย่อยมีดอกที่พัฒนาไม่เต็มที่ 1 ดอก เกสรตัวผู้ 6 อัน ก้านเกสรเพศผู้แยกอิสระ ยอดเกสรเพศเมีย 1 อัน

ลักษณะช่อดอก

นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์

กล่าวกันว่าไผ่ตงนำมาจากจีน บางครั้งมีรายงานว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากอินโดเนเซีย แต่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากที่ใด ในไทยนิยมปลูกทั่วทุกภาค ไม่พบในป่าธรรมชาติ บางครั้งอาจพบขึ้นเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ป่าที่เคยมีการทำสัมปทานไม้ในอดีต เช่น พื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี สันนิษฐานว่าหลงเหลือจากการนำไผ่ตงไปปลูกเพื่อใช้สอยในค่ายที่พักของคนงานที่เข้าไปทำไม้ในอดีต

ประโยชน์

หน่อไผ่ตงเขียว

ลำใช้ก่อสร้าง ทำเฟอร์นิเจอร์และเครื่องจักสาน และนิยมนำหน่อมาบริโภค ไผ่ตงมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ดังนี้

  1. ไผ่ตงหนู บางครั้งเรียกไผ่ตงเล็ก เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 3-6 เซนติเมตร ส่วนใหญ่แล้วมีความนิยมในการปลูกน้อยเนื่องจากให้ผลผลิตที่ต่ำกว่าสายพันธุ์อื่น แต่ในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดลำปางและเชียงใหม่ จะให้ผลผลิตค่อนข้างดี

  2. ไผ่ตงเขียว เป็นไผ่ตงที่มีลำต้นขนาดเล็กและสั้น ลำต้นมีสีเขียวตามชื่อแต่มีเนื้อไม้ที่บาง เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 5-12 เซนติเมตร ใบบางสีเขียวเข้ม มีขนาดปานกลางไม่สากมือ ส่วนหน่อของสายพันธุ์นี้จะมีเนื้อสีขาวแกมเหลือง รสชาติหวานอมขมเล็กน้อย สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดีจึงเป็นที่นิยมปลูกกันมากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  3. ไผ่ตงดำ หรือตงหวาน มีลำต้นสีเขียวอมดำตามชื่อเรียก สายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่รองลงมาจากไผ่ตงหม้อแต่มีลำต้นที่เตี้ยและสั้นกว่า เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 9-12 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้มหนาและมีขนาดใหญ่สังเกตเห็นร่องใบได้ชัดเจน ไผ่ตงดำได้ชื่อว่าเป็นไผ่ตงที่เป็นหนึ่งในเรื่องหน่อไม้เพราะหน่อของสายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ไม่มีเสี้ยน รสชาติหวาน เนื้อกรอบและขาวละเอียด ดังนั้นหน่อไม้ของสายพันธุ์นี้จึงเป็นที่นิยมในการปลูกและนำมาบริโภคหรือค้าขายค่อนข้างมาก

  4. ไผ่ตงหม้อ หรือตงใหญ่ ไผ่ตงสายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 4 สายพันธุ์ มีลำต้นที่ยาวและสูง เส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 12-18 เซนติเมตร ส่วนใบมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ลำต้นสูงโปร่งเนื่องแตกกิ่งน้อย หน่อมีขนาดใหญ่มากมีสีน้ำตาลอมดำหรือน้ำตาลอมม่วง น้ำหนักหน่อประมาณ 5 กิโลกรัมขี้นไป เนื้อหน่อจะหยาบ แข็ง และมีสีขาว หน่อจะออกมากในช่วงฤดูฝน

การขยายพันธุ์

 การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

ไผ่ตงที่เจริญเติบโตเต็มที่จะออกดอกและตายในที่สุด ตามปกติแล้วไผ่ตงจะออกดอกในช่วงประมาณเดือน พฤศจิกายน-มกราคม และเมล็ดจะร่วงหล่นประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน เราสามารถใช้เมล็ดที่หล่นนี้มาเพาะเป็นต้นกล้าใหม่ได้โดยมีวิธีการคือ

  1. เก็บเมล็ดพันธุ์ไผ่ตงที่ร่วงหล่นตามพื้นมาทำความสะอาดและทำการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์โดยการใช้กระด้งฝัด จากนั้นเอาเปลือกนอกของเมล็ดพันธุ์ออกโดยใช้รองเท้าแตะที่เป็นยางนวดขัดเมล็ดพันธุ์กับกระด้งเพื่อให้เปลือกหลุดออก จากนั้นฝัดด้วยกระด้งอีกครั้งเพื่อให้เปลือกที่หลุดปลิวหล่นไป นำเมล็ดที่ได้ไปพึ่งแดดประมาณ 1 แดด เพื่อช่วยป้องกันแมลง

  2. เพาะกล้าไผ่ตง โดยนำเมล็ดที่ได้จากการพึ่งแดดมาแช่น้ำประมาณ 2 คืน หรืออาจใช้วิธีแช่ในน้ำอุ่น 2 ชั่วโมง แล้วแช่ในน้ำปกติอีก 1 วันก็ได้เช่นกัน เมื่อครบกำหนดนำเมล็กขึ้นจากน้ำแล้วห่อหุ้มด้วยผ้าที่เปียกชื้นอีกประมาณ 2 คืน เพื่อเร่งการงอกของราก

  3. นำเมล็ดที่งอกแล้วไปเพาะปลูกลงแปลงขี้เถ้าแกลบผสมดินเล็กน้อยตามสัดส่วนที่เหมาะสม อาจใช้หญ้าหรือฟางที่แห้งคลุมหน้าดินเพื่อไม่ให้โดดแดดมากเกินไป รดน้ำให้ชุ่มพอเหมาะ

  4. ภายหลังการเพาะลงแปลง 15 วัน หรือประมาณ 2 สัปดาห์ จะได้ต้นกล้าไผ่ตงที่สูงประมาณ 2-3 นิ้ว ให้ทำการย้ายต้นกล้าไปปลูกลงถุงเพาะชำเพื่อนำไปปลูกเป็นต้นขนาดใหญ่ตามความต้องการ

ลำอ่อนและกาบหุ้มลำของหน่อบิน

 การขยายพันธุ์โดยการแยกเหง้า

  1. เลือกก่อไผ่ที่มีอายุ 1-2 ปี เพื่อใช้ในการขุดเหง้า จากนั้นตัดลำที่ต้องการขุดให้สูงประมาณ 1 เมตร

  2. ขุดเหง้าตรงลำที่ตัดไว้โดยให้ลึกลงไปประมาณ 20-50 เซนติเมตรหรือตามความลึกของเหง้า

  3. ระวังอย่าให้ส่วนเหง้าที่ขุดขาดหรือลำไผ่ฉีกโดยเฉพาะส่วนที่เป็นตาเหง้าเพราะอาจทำให้ไผ่ฟื้นตัวหรือแตกกิ่งไม่ได้

  4. นำเหง้าที่ขุดได้ไปปลูกลงดินและลดน้ำให้ชุ่มพอเหมาะ การขยายพันธุ์โดยวิธีนี้จะมีโอกาสรอดตายค่อนข้างสูงแต่ต้องใช้แรงและเวลามากในการขุด

   ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%87

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s